คุยก่อน...
*งานที่14ขอเลื่อนเป็นวันอังคารนะคะ T-T...กริ่งงานยุ่งมาก จัดการเรื่องหนังสือchez le chocolatierอยู่ ฮือฮือ
 

 

งานที่13 :
ตามหากาลิเลโอ

 

 


เมเจอร์ซินิเพล็กซ์ทุกสาขาใกล้มหาลัยของคุณ...


ชเว มินโฮกำลังยืนทบทวนตัวเองเป็นรอบที่ล้านว่าทำไมถึงมาลงเอยกับไอ้กลุ่มจงจงอนอนตรงหน้าได้ รู้สึก
ว่าตอนแรกจะมาซื้อแบตเตอร์รี่มือถือใหม่ที่ห้างใกล้ๆกับมหาลัย เพราะแบตเตอร์รี่เก่าของเขามันเสื่อมสภาพแล้ว ไม่รอให้คีย์สอนแทมินเสร็จมินโฮก็ขอตัวออกมาก่อน เพราะอันที่จริงก็ไม่อยากจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเสียเท่าไหร่หรอก ก็คีย์เล่นทำตัวเหมือนเด็กรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ (หรือการที่ออกมากลางคันแบบนี้คีย์จะยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่วะ?)

แต่เขาไม่อยากจะบรรยายสภาพตอนนี้เท่าไหร่นักหรอกว่ามายืนอยู่ข้างหลังป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่องหนีตามกาลิเลโอได้ยังไง...


มินโฮมองกลุ่มสะกดรอยตามกาลิเลโอตรงหน้า อันประกอบด้วยจงฮยอน กับอนยู คู่สวรรค์สรรสร้างให้หา
เรื่องยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่เป็นนิจ และแน่นอนว่าอีกฝั่งของป้ายคือแทมิน กับคีย์ที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์กำลังเลือกที่นั่งที่จะดูอยู่

คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มใช่ไหมว่าไอ้สองจงจงอนอนกำลังทำอะไรอยู่

มินโฮยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วทำท่าจะเลี้ยวหันหลังกลับ แต่ก็ติดตรงที่มือของเพื่อนตัวดีทั้งสองคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น ไอ้โย่งของจิ้มลิ้มเลยได้แต่เลยตามเลย(ไม่รู้ว่าอย่างเสียมิได้ หรือว่าอย่างเต็มใจจะเลยตามเลยซะด้วย)


“นี่ๆ...พอแทมินกับคีย์ออกจากเคาท์เตอร์นั่น นับหนึ่งถึงสามแล้วรีบวิ่งเลยนะ” จงฮยอนสะกิดบอกแผนให้
อนยูรู้ อนยูก็พยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจ ส่วนมินโฮน่ะเหรอ...ก็กำลังหน่ายใจอยู่ เหมือนพาเด็กมาวิ่งเล่นเลยว่ะ


“หนึ่ง....”


“เฮ้ย...ไร้สาระหน่า กูกลั---”


ยังไม่ทันทีที่จะได้พูดจบ...


“สาม!!!!”


แขนทั้งสองข้างของชเว มินโฮโดนกระชากลากถูวิ่งไปทางด้านขวาของป้ายหนัง ในขณะที่ด้านซ้ายของป้าย
คือแทมินกับคีย์ เป็นการวิ่งสวนกันอย่างมหัศจรรย์ เพราะฝ่ายกาลิเลโอยังไม่เห็นฝ่ายสะกดรอยตาม มินโฮถอนหายใจเสียงดังลั่นเมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์กระจก


พนักงานหญิงที่อยู่หลังเคาท์เตอร์ยิ้มละมุนละไมให้


“เมเจอร์ซินิเพล็กซ์สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการรับชมหนังเรื่องอะไรคะ”


จงฮยอนหันขวับมาหาอนยู อนยูหันขวับมาหาจงฮยอน


“พวกมันจะดูเรื่องอะไรกันน่ะ...” จงจงพูด


“นั่นสิ...จะดูเรื่องอะไรกันนะ” อนอนตอบกลับ


“พี่ครับ!” จงจงแอนด์อนอนดับเบิ้ลคูณสอง


“ค-คะ...?”


มินโฮรู้สึกสงสารพนักงานเล็กๆ


“ไอ้สองคนเมื่อกี้ดูหนังเรื่องอะไรครับ!”


นั่นไง กูว่าแล้ว...มินโฮนึกในใจ


“เอ่อ...เป็นสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้าน่ะค่ะ...” เธอกล่าวเสียงเบา จงฮยอนทำหน้าขัดใจเล็กๆก่อนจะบอก


เหตุผลให้เธอฟังว่า...

“พวกผมนึกไม่ออกว่าจะดูเรื่องอะไรดี พอดีวันนี้ว่างกะทันหันเลยไม่ได้คิดมาก่อน ถ้าไงพี่เห็นใจก็ช่วยพวกผมตัดสินใจหน่อย มันก็เหมือนเราคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรเป็นอาหารกลางวันเลยหันไปทางโต๊ะข้างๆแล้วสั่งเลียนแบบมันแหละพี่”


“ใช่ๆ พี่ครับ เห็นใจพวกผมหน่อย เถียงกันมานานแล้ว นึกไม่ออก” อนยูเสริม


ซึ่งมินโฮให้ความเห็นในใจว่า...


 

ประสาทแดก...


 

“เอ่อ...เอ่อ...จีจ้า สวย ดุค่ะ”


“ครับ งั้นก็จีจ้า สวย ดุ” เดอะ จงจงอนอน โคตรเข้าขากันก็งานนี้


“ค-ค่ะ...ได้ค่ะ”


ย้ำอีกครั้งว่ามินโฮสงสารพนักงานสุดใจจริงๆ...


“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะนั่งตรงไหนคะ...”


“มันนั่งตรงไหนกันครับ”

กูว่าแล้ว...มินโฮนึกในใจ...ทำไมข้อสอบเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นไม่เดาคำตอบให้ถูกเผงแบบนี้บ้างวะ


“อันนี้บอกไม่ได้จริงๆค่ะ” คุณพี่สาวเริ่มหนักใจ ลางไม่ดีเริ่มจะปรากฏให้เห็นนิดหน่อย หน้าตาก็ออกจะดี...นี่
จะมาก่อการร้ายที่ทำงานของเธอรึเปล่าเนี๊ยะ? ดูท่าทางว่าจะนั่งใกล้กับสองคนนั้นให้ได้เลยเชียว เธอถอนหายใจครุ่นคิด แต่พอเงยหน้าขึ้น...


“นะครับพี่...”

...ชีก็โดนรังสีอนยูเล่นงาน ตาพร่ามัวไปนิดหน่อยให้พอใจสั่นไหวเล่นๆ


“ต-แต่ว่า...”


อนยูยังทำหน้าออดอ้อนยิ้มหวานใส่ ในขณะที่จงฮยอนก็ทำตากะพริบปริบๆ...นี่คือด้านบนของพวกมัน ส่วน
ด้านล่างน่ะเหรอ มินโฮก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่น...ไอ้เชี่ยสองตัวนี้กำลังเหยียบเท้าของเขาคนละข้าง ปากของพวกมันก็กระซิบกรอดๆว่า มินโฮ ต่อจากนี้เป็นหน้าที่มึงแล้ว...


เพื่อนเลว...คือคำเดียวที่มินโฮจะนึกสรรหามาด่าพวกมัน


มินโฮหันไปมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะผลักพวกมันทั้งสองออกไป เขาวางแขนลงบนโต๊ะเคาท์เตอร์สีสวยก่อน
จะใช้สายตาคาริสม่าเข้าแลก แล้วก็บวกด้วยเสียงทุ้มๆต่ำๆกับคำสั้นๆง่ายๆว่า...


“นะครับ...”

“D10 กับ D11ค่ะ”



รวดเร็ว ทันใจ ฉับไว ยิ่งกว่าเฟ็ดเอ็กซ์!



“งั้นขอเป็นC9ถึงC11ครับ” อนยูบอกพนักงานหลังเคาท์เตอร์ที่กำลังนั่งหน้าแดงจัด เธอก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาจัดการตามคำพูดนั้นแต่โดยดี อนยูกับจงฮยอนยิ้มร่าแท็คมือไฮไฟว์กันอย่างอารมณ์ดีเมื่อแผนสำเร็จไปด้วยดี ในขณะที่คนตรงกลางอย่างมินโฮถอนหายใจเฮือกใหญ่...นี่กลายเป็นว่าร่วมขบวนการกับพวกมันแล้วใช่ไหม?


“วู้ว...ได้แล้ว~” อนยูแกว่งตั๋วหนังไปมาก่อนจะยื่นให้จงฮยอนเป็นคนเก็บ ตั๋วหนังรอบต่อไปคือรอบบ่ายโมง
ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนที่หนังจะฉาย คณะสะกดรอยตามกาลิเลโอสอดส่องมองหาทาร์เก็ตของตัวเองทันทีที่นึกได้


“เฮ้ย มันอยู่ไหนกันวะ!” จงฮยอนสบถอย่างขัดใจเมื่อคลาดสายตากันจนได้


“นั่นสิ” อนยูก็เอาบ้าง


“...” มินโฮยืนอยู่เฉยๆดูพวกมันทั้งสองคนคอยส่องหากาลิเลโอของพวกมัน อันที่จริงเขาเห็นแล้วล่ะว่าคีย์กับ
แทมินน่ะอยู่หน้าเคาท์เตอร์ป๊อบคอร์น แต่ปล่อยให้สองคนนี้สติแตกจนหาเจอกันเองดีกว่า ตลกดี เขายืนมองนิ่งๆ ก่อนจงฮยอนกับอนยูจะสำนึกได้ว่าน่าจะใช้ความสูงของมินโฮให้เป็นประโยชน์(กูไม่ใช่ประภาคารนะครับพวกมึง...) มินโฮเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่เคาท์เตอร์ป๊อบคอร์นอันเป็นที่สถิตของคีย์กับแทมิน สองคนนั้นก็ตลกใช่ย่อย...เลือกรสป๊อบคอร์นไม่ถูก คีย์อยากจะกินทั้งรสคาราเมลกับรสธรรมดา แต่ก็ทะเลาะกับตัวเองอยู่ว่ากินไม่หมดหรอก แทมินก็ยิ้มไปเรื่อยพูดแค่ว่าแล้วแต่พี่คีย์ครับๆ


ถ้าเป็นเขาน่ะเหรอ...ป่านนี้เลือกรสธรรมดานั่นไปแล้ว มามัวแต่แล้วแต่คีย์ๆแบบนี้ก็ไม่ต้องดูหนังกันพอดี


“แม๊...ตาไวดีว่ะ” จงฮยอนเอ่ยชม หลังจากที่พาตัวเองมาสถิตหลังป้ายหนังกาลิเลโอเพื่อตั้งหลักในการสะกด
รอยตามต่อ อนยูพยักหน้าตามแล้วจัดการเตรียมแผนการดูหนังว่าควรและไม่ควรจะทำอะไรบ้าง เพราะแทมินกับคีย์อาจรู้ตัวได้แต่มินโฮไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะอันที่จริงแทมินน่าจะรู้ตัวแล้ว(ก็เมื่อกี้สบตากันแล้วไอ้เด็กนั่นมันยักคิ้วให้ชนิดว่ากวนประสาทฉิบ) เหลือก็แต่คีย์นี่ล่ะที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย มินโฮเหลือบมองเจ้าของชื่อจิ้มลิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ...กว่าจะเลือกรสป๊อบคอร์นได้ก็ทำคิ้วซะยุ่งจนแทบผูกโบว์ได้เชียว


จงฮยอนกับอนยูตกลงกันว่าจะรอจนกว่าแทมินกับคีย์จะเข้าโรงหนังไปแล้ว ค่อยเข้าตามไป มินโฮมองคน
อธิบายทั้งสองคนแล้วพยักหน้าส่งๆ...ว่ากันตามตรงนะ ความจะแตกก็เพราะไอ้สองตัวนี้นี่แหละ


“...เข้าห้องน้ำก่อนนะ” มินโฮบอก พวกนั้นส่งเสียงอื้อตอบกลับมาพร้อมกันโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองเขาสัก
นิด คนตัวสูงส่ายหน้าก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไอ้ป้ายกาลิเลโอเท่าไหร่นักหรอก...


ว่าแต่...เรามาดูฝั่งที่โดนสะกดรอยตามกันบ้างไหม?


“นี่แทมิน เมื่อกี้พี่เหมือนเห็นไอ้มินโฮเลย”

คีย์พูดขึ้นเมื่อเห็นคนตัวสูงๆเดินผ่านไปไวๆ แต่จะเป็นไปได้หรือไงวะ ไอ้มินโฮเนี๊ยะนะ? ไอ้โย่งนั่นไม่รู้สักหน่อยว่ามาดูที่ไหน มาดูรอบกี่โมง แล้วมันคงไม่ตามติดสะกดรอยตามขนาดนั้นหรอก ไม่ใช่นิสัยไอ้กวนประสาทนั่นสักหน่อย(ยกเว้นแต่มันจะกินอะไรผิดสำแดงมา)


“เหรอฮะ?” แทมินกรอกตาทำเป็นไม่รู้เรื่อง “พี่คีย์ฮะ พี่รอตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำก่อน”


“อื้อๆ”


แทมินเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่เห็นพี่ตัวเองเมื่อเดินผ่าน จัดการเปิดประตูเข้าไปแล้วยักคิ้ว
กวนๆส่งให้ศัตรูที่กำลังล้างมือฆ่าเชื้อโรค นี่ถ้ามีเดทตอลคงจะใช้ด้วยแล้ว ล้างมือบ่อยๆห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 อืมๆ....นอกประเด็นไปนิดแต่อินเทรนด์ดีว่ะ (เพ้อเจ้อว่ะ)


ว่าแต่...ณ จุดๆนี้โคตรเป็นสถานที่ที่น่าพบเจอกันเหลือเกิน...ในห้องน้ำชายเนี๊ยะอ่ะนะ มินโฮผู้ซึ่งไร้ความ
ตกใจถอนหายใจออกมาเบาๆ


“ไง พี่มินโฮ”


“...เออ ไง”


“สนุกป่ะพี่”


“ก็ดี” มินโฮพยักเพยิดหน้าสะกดกลั้นความรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาไว้ในใจ แทมินไหวไหล่ทำเป็นไม่สนใจก่อนจะ
เข้าซองไปทำธุระ (ณ จุดๆนี้ก็คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าทำอะไร =_=...)


“ดีก็ดีแล้วพี่ ถ้ายังไงช่วยอย่าเป็นก้างละกัน ไม่คิดจะจีบพี่คีย์จริงๆจังๆแล้วยังมาเป็นก้างแบบนี้ ใช้ได้ซะที่ไหน
หมาหวงก้างมันไม่ทำให้พี่ดูดีขึ้นหรอกนะ” ประโยคเสียดสี ประชดประชัน และแดกดันแบบครบเซ็ตถูกเอ่ยขึ้นจนนึกเจ็บขึ้นมาในใจ มินโฮขมวดคิ้วทันที ใบหน้าคมติดบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด


“ไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่ามาเสือก...” เสียงทุ้มแฝงความดุดันเอาไว้ในท้ายประโยค


“งั้นเรื่องอะไรล่ะ?” ทว่าคนเป็นน้องยังทำเป็นไม่รู้สึ